ในยุคที่เทคโนโลยีและความต้องการของผู้เรียนพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ มหาวิทยาลัยหลายแห่งจึงเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะผู้เรียนยุคใหม่ต้องการมากกว่าแค่ปริญญา แต่พวกเขาต้องการการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาทักษะให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่น่าเสียดายที่ระบบการเรียนรู้ในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงยังคงเป็นเรื่องท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไข
Pain Points แพลตฟอร์มการเรียนรู้ในปัจจุบัน
- ข้อจำกัดด้านนโยบายการจัดทำเนื้อหา หลายมหาวิทยาลัยที่เสนอคอร์สเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ จะต้องปรับเนื้อหาหรือโครงสร้างของคอร์สให้สอดคล้องกับนโยบายของแพลตฟอร์มที่ใช้ ทำให้บางครั้งเนื้อหาที่นำเสนอไม่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์หรือคุณภาพที่แท้จริงของสถาบันได้
- ค่าใช้จ่ายสูงในการสร้างเนื้อหาตามแพลตฟอร์ม มหาวิทยาลัยหลายแห่งพบว่าการสร้างคอนเทนต์สำหรับแพลตฟอร์มต่าง ๆ มักมีต้นทุนสูง เนื่องจากต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและรูปแบบที่เจ้าของแพลตฟอร์มกำหนด ทำให้การจัดทำคอร์สเรียนซับซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง
- ส่วนแบ่งรายได้ที่จำกัด รายได้ที่มหาวิทยาลัยได้รับจากการจำหน่ายคอร์สเรียนผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ มักจะต้องแบ่งกับเจ้าของแพลตฟอร์ม ทำให้รายได้ที่เกิดขึ้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
- การขาดการเชื่อมโยงกับระบบ Credit Bank แพลตฟอร์มปัจจุบันยังไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างระบบการลงทะเบียนของมหาวิทยาลัย รวมถึงยังไม่มีการสร้างระบบ Credit Bank ที่สามารถแปลงหน่วยกิตการเรียนรู้จากคอร์สเสริม เป็นหน่วยกิตที่ได้รับการยอมรับในระบบการศึกษาปกติได้
u-next โซลูชันที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง
เพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น u-next ได้นำเสนอระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ปรับให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของมหาวิทยาลัย และช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนในทุกช่วงวัย โดยมีข้อดีดังนี้
- คอร์สเรียนที่ปรับได้ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย u-next ช่วยให้มหาวิทยาลัยจัดทำคอร์สเรียนและเนื้อหาตามนโยบายและแนวทางของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อจำกัดจากแพลตฟอร์มภายนอก มหาวิทยาลัยจึงสามารถสร้างคอร์สเรียนที่มีคุณภาพสูงและตรงกับเป้าหมายของสถาบันได้มากขึ้น
- ควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดทำเนื้อหาได้ด้วยตัวเอง มหาวิทยาลัยควบคุมต้นทุนในการสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ได้ตามความเหมาะสมกับทรัพยากรและความต้องการของตนเอง ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ซับซ้อนของแพลตฟอร์มอื่น ๆ อีกต่อไป ส่งผลให้การสร้างคอร์สเรียนมีประสิทธิภาพและประหยัดมากขึ้น
- รายได้เป็นของมหาวิทยาลัยโดยตรง u-next ให้มหาวิทยาลัยเก็บรายได้จากการขายคอร์สเรียนได้โดยตรง โดยไม่ต้องแบ่งรายได้ ทำให้สถาบันได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มที่จากความพยายามในการพัฒนาคอร์สเรียนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
- เชื่อมโยงระบบ Credit Bank กับการลงทะเบียนของมหาวิทยาลัย อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญ คือการเชื่อมโยงระบบ Credit Bank กับการลงทะเบียนของมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้เรียนสามารถแปลงการเรียนรู้จากคอร์สเสริมเป็นหน่วยกิตในการศึกษาได้ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนแบบ Lifelong Learning มาใช้ต่อยอดในระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ
กรณีศึกษาการใช้งานจริง
มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตัดสินใจใช้แพลตฟอร์ม u-next ในการพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและความต้องการของสถาบัน ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยพบว่าค่าใช้จ่ายในการจัดทำเนื้อหาสูงและต้องปรับเนื้อหาตามข้อกำหนดของแพลตฟอร์มอื่น ๆ ซึ่งทำให้คุณภาพการเรียนรู้ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
หลังจากใช้ u-next มหาวิทยาลัยสามารถควบคุมเนื้อหาและค่าใช้จ่ายได้ตามความต้องการ และสามารถสร้างคอร์สเรียนที่ตรงกับนโยบายการศึกษาได้อย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น รายได้จากการขายคอร์สเรียนทั้งหมดเป็นของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังสามารถเชื่อมโยงระบบ Credit Bank เข้ากับการลงทะเบียน ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนจาก Lifelong Learning สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นนักศึกษาที่มีหน่วยกิตได้ทันที
สรุป
u-next นำเสนอแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่แก้ไขข้อจำกัดของตลาดปัจจุบัน มหาวิทยาลัยสามารถสร้างคอร์สเรียนที่ตรงกับนโยบายของตนเอง ควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดทำเนื้อหา และเก็บรายได้ทั้งหมดจากการขายคอร์สได้ นอกจากนี้ ระบบ Credit Bank ยังช่วยให้การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถแปลงเป็นหน่วยกิตที่มหาวิทยาลัยยอมรับได้ ทำให้ u-next เป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
